เคล็ดลับความเชื่อ -

ตำนาน เรื่องเล่า อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี) 04/07/2565 (16:00)

ตำนาน เรื่องเล่า อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี) ที่แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินยังต้องยอม

 

 “นอนอยู่อยุธยา มานั่งที่ไชโย โตที่วัดอินทร์ จำศีลที่วัดระฆัง” นี่คือคำกล่าวขานที่บอกต่อๆ กันมาถึงตำนาน อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี) หรือ หลวงพ่อโต ชื่อที่เราคุ้นหู ซึ่งยังคงทิ้งปริศนาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ครุ่นคิดว่าแท้จริงแล้วท่านเป็นหน่อเนื้อกษัตริย์เป็นโอรสนอกเศวตฉัตรในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอย่างที่มีการบันทึกต่อ ๆ กันมาหรือไม่ นาคาพยากรณ์ เลยจะขอพามาย้อนตำนาน เรื่องเล่า หลวงพ่อโต ที่แฝงไปด้วยคติธรรมมากมายและควรค่าแก่การเรียนรู้

 

ตำนาน01

 

ตำนาน เรื่องเล่า อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี)

 

ในตำนานต้นรัตนโกสินทร์เป็นที่รู้จักกันดีว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต เป็นพระนักเทศน์และนักสอนธรรมะชนิดที่ไม่มีพระรูปใดในสยามเทียบได้ นอกจากนี้ท่านยังเป็นสมณะที่ไม่ยินดีในสมณศักดิ์ เป็นผู้สมถะ มักน้อย ไม่มีความทะยานในลาภ ยศ วัตถุ ไม่เรี่ยไร ไม่สะสมข้าวของ ปัจจุบันมีตำนานต่างๆ ที่กล่าวถึงท่านปรากฏอยู่มากมาย และเล่าสืบต่อกันมาให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ดังนี้

 

ตำนาน เรื่องเล่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต เมตตามหาโจร

 

คราวหนึ่งขณะที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต กำลังจำวัดอยู่ในเวลาดึกสงัด มีขโมยแอบย่องเข้ามาใต้ถุนกุฏิ เอื้อมมือขึ้นทางช่อง หวังหยิบเอาตะเกียงลานที่วางอยู่ทางปลายเท้าของท่าน แต่หยิบไม่ถึง เจ้าประคุณสมเด็จฯ รู้ตัวตื่นขึ้นพอดีท่านไม่ได้ร้องไล่ แต่กลับเอาเท้าเขี่ยตะเกียงให้ อีกคราวตอนท่านกลับจากแสดงธรรมเทศนาที่ต่างจังหวัดโดยทางเรือ ได้เครื่องกัณฑ์เทศน์เป็นเสื่อ หมอนระหว่างจอดเรือพักนอนตอนกลางคืน มีขโมยลอยเรือเข้ามาเงียบๆ คว้าเอาเสื่อไปเจ้าประคุณเฝ้าดูอยู่ในความมืด จึงพูดขึ้นเรียบๆ ว่า “เอาหมอนไปด้วยสิจ๊ะ” พวกโจรตกใจรีบจ้ำเรือหนี ท่านก็โยนหมอนตามไปให้

 

ตำนาน เรื่องเล่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ขายผ้า (ไตรจีวร) เอาหน้ารอด

 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้พระอารามหลวงริมน้ำแต่งเรือเข้าประกวด และพระองค์ก็เสด็จฯ ไป ทอดพระเนตรที่ท่าราชวรดิฐ (ตำหนักแพ) วัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาต่างแข่งกันประดับประดาเรืออย่างวิจิตรมีแต่เรือของวัดระฆังที่เป็นเรือสำปั้นเก่าและมีเพียงเณรพายหัวท้าย ตรงกลางมีลิงตัวหนึ่งผูกไว้กับหลัก แขวนป้ายที่คอว่า “ขายผ้าเอาหน้ารอด” พอพระองค์ทราบว่าเป็นเรือของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ก็ตรัสขึ้นว่า “เขาไม่เล่นกับเรา” ต่อมามีข้าราชบริพารไปถามความหมายของคำว่า ขายผ้าเอาหน้ารอด สมเด็จพระพุฒาจารย์โต อรรถาธิบายว่า “พระสมณะย่อมหาสมบัติได้ยาก นอกจากมีผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย ซึ่งก็มีเพียงเครื่องอุปโภคบริโภค ย่อมไม่มีทุนทรัพย์หรือสิ่งใดมาแลก เปลี่ยนลงทุนซื้อหาสิ่งต่างๆ ที่จะนำมาประดับประดาเรือให้สวยงามได้ ถ้าจะทำเช่นนี้ได้ต้องนำเอาผ้าไตรจีวรไปขายเสีย เพื่อเอาเงินมาทำทุนประดับเรือ จึงเท่ากับยอมขายผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อน ถึงแม้ว่าผ้าเป็นสิ่งจำเป็นจะต้องเอาไว้ใช้ห่มห่อสังขารกันร้อนหนาวก็ตาม”

 

ตำนาน02

 

ตำนาน เรื่องเล่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต หนีรัชกาลที่ 4 ด้วยมนต์นารายณ์แปลงรูป

 

หลังจากออกธุดงค์หนีหายไปหลายปี รัชกาลที่4 ทรงระลึกถึงและมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าเมืองทั่วพระราชอาณาจักรหาตัวพระมหาโตนำส่งเมืองหลวงให้ได้ พระมหาโตลองวิชาเปลี่ยนหน้าเรียกว่า นารายณ์แปลงรูป ทำให้คนรู้จักกลับจำไม่ได้ ต่อมาท่านพิจารณาเห็นว่า การกระทำเช่นนั้นทำให้พระรูปอื่นต้องถูกจับไปอดเช้าบ้าง อดเพลบ้าง ตากแดดตากฝน เพราะเข้าใจว่าเป็นท่าน ท่านจึงออกแสดงตนให้คนที่บ้านไผ่รู้จักและนำตัวท่านส่งเข้าพระนคร

 

ตำนาน เรื่องเล่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พูดดีแม้แต่กับสัตว์เดรัจฉาน

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พูดจ๊ะจ๋ากับทุกคน แม้แต่กับสัตว์เดรัจฉาน คราวหนึ่งสุนัขนอนขวางทางเดินของท่านอยู่ ท่านพูดกับสุนัขตัวนั้นว่า “โยมจ๋า ฉันขอไปทีจ้ะ” เมื่อมีคนถามว่าทำไมท่านจึงทำอย่างนั้น ท่านตอบว่า “ฉันไม่รู้ได้ว่าสุนัขนี้เคยเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่ เพราะในเรื่องชาดกกล่าวว่าในกาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสุนัข”

 

ตำนาน เรื่องเล่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ศูนย์กลางของโลกอยู่ที่นี่

 

ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีมิชชันนารีเข้ามาเผยแผ่คริสต์ศาสนาในสยามหลายคณะ ด้วยความเป็นปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ในขณะนั้นทำให้นักบวชต่างศาสนามักมาแลกเปลี่ยนทัศนะกับท่านอยู่เนืองๆ ครั้งหนึ่งท่านนักบวชของคริสตจักรกล่าวสรรเสริญคุณธรรมของเจ้าประคุณสมเด็จฯ แต่ก็อดที่จะเปรียบเปรยไม่ได้ว่า ท่านเจ้าประคุณฯ แม้จะมีธรรมะอันลุ่มลึก แต่ในทางโลกก็ไม่สู้จะรู้เรื่องนัก ท่านเจ้าประคุณฯ ย้อนว่า ตัวท่านก็คงเช่นเดียวกัน บาทหลวงว่า ท่านรู้ดีทั้งทางโลกทางธรรม เช่น รู้ว่าโลกกลมไม่ได้แบน และมีปลาอานนท์หนุนอยู่ดังคติความเชื่อของคนไทยที่ได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนา เจ้าประคุณฯ แย้งว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ 2,000 กว่าปีมาแล้วว่า โลกเรามีสัณฐานกลมเช่นผลมะขามป้อมที่พระองค์หยิบมาวางไว้บนฝ่าพระหัตถ์ และอาตมายังรู้ด้วยว่าจุดศูนย์กลางของโลกอยู่ที่ไหน“อยู่ตรงนี้ไงล่ะท่านบาทหลวง” ท่านชี้นิ้วลงตรงหน้า“ ก็ท่านบอกอยู่แล้วว่าโลกกลม ฉะนั้นไม่ว่าจะเอานิ้วจิ้มลงไปที่ใด มันก็ตรงไปสู่จุดศูนย์กลางได้ทั้งนั้นแหละ”

 

และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ ตำนาน เรื่องเล่า อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต จะเห็นได้ว่าเรื่องเล่าเหล่านี้แฝงไปด้วยคติธรรม เช่นเรื่องการพูดจาดีแม้แต่กับสัตว์เดรัจฉาน เปรียบให้เห็นว่ามนุษย์เราหรือสัตว์โลกมีความเท่ากัน ไม่มีใครสูงส่งไปกว่าใคร เพราะฉะนั้นควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน จะได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบร่มเย็นและมีความสุข เป็นคำสอนดี ๆ ที่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย ที่ท่านได้ฝากไว้ให้กับผู้ที่ศรัทธาได้ยึดถือปฎิบัติตามสืบไป   

 

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวตำนานต่าง ๆ ที่จะพาคุณย้อนรอยกลับไปในชั่วโมงนั้นอีกครั้ง สามารถอ่านกันต่อเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นาคาพยากรณ์ หรือติดตามแฟนเพจนาคาทีวี ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพื่อไม่ให้พลาดในสิ่งที่คุณอยากรู้ เพจเดียวครบ จบในที่เดียว

 

Lemonbee : รายงาน

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง